หลวงตาพวง สุขินทริโย

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

26. สร้างวัดป่าใหม่นิคมพัฒนาราม อ.ป่าติ้ว

ช่วงสงกรานต์ ปี พ.ศ. 2542 ชาวบ้านนิคม ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร โดยการนำของดาบวิชัย สีสิงห์ ผู้ใหญ่บ้าน ได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านว่า ที่ดินรกร้างบริเวณป่าช้าเก่าของหมู่บ้านน่าจะมาทำประโยชน์ หากทิ้งไว้ก็จะมีผู้มาลักลอบตัดไม้ เกิดไฟไหม้เป็นประจำทุกปี จึงทำหนังสือไปถึงองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อหารือ องค์การบริหารส่วนตำบลก็เห็นชอบ ทางผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านจึงนำเรื่องไปกราบเรียบหลวงตาพวงให้ทราบ ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัด เป็นคนบ้านศรีฐาน อีกทั้งยังเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง

หลวงตาพวงท่านได้ทราบความประสงค์ของชาวบ้านดังนั้น จึงออกมาดูที่ดินบริเวณดังกล่าวด้วยตนเอง เห็นว่าเป็นที่ที่เหมาะสม และชาวบ้านจึงพร้อมใจกันยกที่ดินถวายให้กับหลวงตาเพื่อทำเป็นที่พักสงฆ์ต่อไป จากนั้นท่านก็ให้ลูกศิษย์ที่จำพรรษาอยู่ที่วัดป่านากะหมาน บ้านหนองบาก ย้ายมาจำพรรษาที่นั่น เพื่อเป็นกำลังในการบุกเบิกสำนักสงฆ์แห่งนี้ต่อไป

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542 หลวงตาพวงท่านได้ย้ายมาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ และท่านได้เริ่มลงมือสำนักสงฆ์แห่งนี้ โดยเริ่มต่อไฟฟ้า ขุดเจาะน้ำบาดาล วางแผนผังต่างๆ เมื่อลูกศิษย์ของท่านทั้งใกล้และไกลทราบข่าวในการสร้างสำนักสงฆ์ใหม่ของท่าน ต่างพากันทะยอยมาช่วยกันบริจาค ทั้งก่อสร้างกุฏิ อาคาร ศาลาอเนกประสงค์ รวมทั้งซื้อที่ดินบริเวณรอบข้าง เพื่อขยายพื้นที่ของสำนักสงฆ์ให้กว้างขวางออกไป

ต่อมาท่านได้ตั้งชื่อให้สำนักสงฆ์แห่งนี้ว่า “วัดป่าใหม่นิคมพัฒนาราม” จากเดิมเป็นเพียงป่าช้าบ้านนิคมที่รกร้างมานาน ประมาณ 10 ไร่ ปัจจุบันสามารถขยายออกไปได้กว่า 80 ไร่ ด้วยบารมีของท่าน ลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย ก็ติดตามมาที่วัดป่าใหม่นิคมพัฒนารามเพื่อช่วยท่านพัฒนาวัดแห่งนี้ ท่านพาชาวบ้าน ร่วมทำบุญ สร้างกุศล นำความเจริญมาสู่ท้องถิ่นอย่างมาก อีกทั้งยังพาชาวบ้านเข้าวัดทำบุญ ปฏิบัติธรรม พัฒนาจิตใจให้มีความสงบร่มเย็น เป็นที่พึ่งของชาวบ้านแถบนั้น

ถึงแม้ว่าขณะนั้นหลวงตาพวงท่านจะดำรงสมณศักดิ์ถึงระดับท่านเจ้าคุณพระราชธรรมสุธี รองเจ้าคณะภาค 10 (ธ) อายุของท่านกว่า 72 ปีแล้ว ท่านก็ยังพาพระเณรในวัดบิณฑบาตโปรดญาติโยมทุกเช้า อีกทั้งยังดูแลความเรียบร้อยภายในวัด ดูแลการก่อสร้างต่างๆ ด้วยตัวของท่านเองมิได้ขาด

หลวงตาพวงแม้ท่านจะเป็นพระเถรานุเถระผู้ใหญ่ชั้นพระราช แต่ท่นก็ทำงานหนักโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เพื่อปรโยชน์ของญาติโยมทั้งหลาย นับเป็นแบบอย่างที่ดีกับพระภิกษุเณรรุ่นต่อๆมาเป็นอย่างดี หลวงตาพวงท่านไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าใหม่นิคมพัฒนารามจนถึงปี พ.ศ. 2544 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ท่านก็ได้กลับไปจำพรรษาที่วัดศรีธรรมารามตามเดิม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น